<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทีเส็บ&quot;เตรียมเสนอศบค.ไฟเขียวให้&quot;ต่างชาติกลุ่มพิเศษ&quot;  เข้าประเทศได้ กักตัวแค่ 6-8ชั่วโมง  มีจนท.ติดตามโดยเฉพาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2 ก.ย.63 -สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ &amp;nbsp;แถลงข่าวเปิดงาน &amp;ldquo;จัดงานทั่วไทยภูมิใจช่วยชาติ&amp;rdquo; กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธี กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลกับการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทย ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจทสร้างความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ร่วมผลักดันให้การจัดประชุมและนิทรรศการเป็นวาระแห่งชาติ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังสถานการณ์โควิด -19 เพราะประเทศไทยได้วางแผนรับมือในสถานการณ์โควิด-19 จนดีขึ้น เปิดให้ผู้คนได้เดินทาง รวมถึงการวางมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพัฒนายา วัคซีน อื่นๆ ตลอดจนให้ความรู้กับผู้ประกอบการถึงแนวทางการจัดงานไมซ์อย่างปลอดภัย กระตุ้นให้เกิดการจัดงานทั่วประเทศส่งเสริมเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ประเทศไทยรองรับสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ก็หวังว่าหลายธุรกิจจะก้าวผ่านวิกฤตไปได้ หลังจากที่คล้ายล็อคมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;ทำให้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็จะสามารถทำให้เกิดธุรกิจการประชุม สัมนาหรือไมซ์ขึ้น ได้ &amp;nbsp;เพราะต้องยอมรับว่า เรามีความสามารถและศักยภาพในการจัดงานสัมมนา ประชุมหรือนิทรรศการ &amp;nbsp;อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อม ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ผู้คน และบริการ และสำคัญคือสาธารณสุข ที่แพทย์ พยาบาล บุคลากร เจ้าหน้าที่ต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโควิด-19 ได้พิสูจน์ฝีมือ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไข้ในการรักษา และเดินหน้าพัฒนาวิจัยวัคซีน ยา ต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องสร้างความเข้มแข็งในประเทศ และแสดงความพร้อมในทุกภาค เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศ&amp;quot; รมว.สธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เผยว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ จึงเป็นแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้การจัดงานและการประชุมดำเนินต่อไปได้ เพราะโรงแรมต่างๆ ในไทยพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง &amp;nbsp;30% เมื่อเทียบกับออสเตรเลียพึ่งนักท่องเที่ยวเพียง 10% ดังนั้น ตอนนี้ตลาดหลัก คือตลาดคนไทย แต่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ในการเข้าถึงอุตสาหกรรมไมซ์ในชุมชนและคนที่ตกงาน &amp;nbsp; ส่วนสำคัญคือการเตรียมความพร้อม มาตรฐานสาธารณสุขเพื่อให้อยู่ในระดับปลอดภัย &amp;nbsp;และให้การสนับสนุนการจัดงานที่ต้องพบปะกันในแบบ New Normal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ทีเส็บ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนแผนการให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มย่อยก่อน โดยทีเส็บได้ทำงานร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งทีเส็บ ได้เสนอการจัดงานในกลุ่มงานแสดงหรือนิทรรศการ โดยในเดือนกันยายน &amp;nbsp;มีแผนการจัดงานอาเซียน อินเตอร์แมท, ไทยแฟกซ์ ที่ภาคเอกชนยังยืดหยัดจัดงานตามมาตรการสาธารณสุข และอีกส่วนหากประเทศไทยการ์ดยังไม่ตก ก็จะนำกลุ่ม Special Arrangement ที่ไม่ต้องกักตัว 14 วัน &amp;nbsp; ในการเข้าประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน &amp;nbsp; และต้องมีข้อปฏิบัติ อาทิ ต้องมีใบตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย 3 วัน &amp;nbsp;และเมื่อเข้าไทยกักตัว 6-8 ชั่วโมง ในโรงแรมที่เป็นโรงแรมสถานที่กักตัว(ASQ) &amp;nbsp; พร้อมกับรับการตรวจ RT-PCR &amp;nbsp; รวมทั้งต้องลงทะเบียนใน แอปพลิเคชัน &amp;quot;หมอชนะ &amp;quot;เพื่อให้ติดตามได้ ที่สำคัญต้องเซ็นยินยอมที่จะอยู่ภายใต้กฎระเบียบของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ ในการติดตามต่างชาติกลุ่มนี้ จะมีการอบรมเจ้าหน้าที่ขึ้นโดยเฉพาะ &amp;nbsp; เราจะอบรมในวันที่ 10 กันยายน 2563 &amp;nbsp; &amp;nbsp;และแน่นอนว่าในทีมเจ้าหน้าที่ติดตาม จะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข รวมอยู่ด้วย &amp;nbsp;2 คน ข้อเสนอดังกล่าวขณะนี้อยู่ในการประเมินของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) &amp;nbsp;และหากผ่านก็จะเข้าสู่การเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่เราจะต้องดำเนินการอย่างรัดกุม เพราะอาจจะเป็นแนวทางในการจัดงานต่างๆได้ แต่ส่วนสำคัญคือ การสร้างความมั่นใจ ในส่วนการจัดงานแบบอื่นๆ จะครอบคลุมทุกรูปแบบทั้งการจัดงานในรูปแบบปกติ (Face to Face), การจัดงานรูปแบบปกติร่วมกับออนไลน์ (Hybrid Event) และการจัดงานออนไลน์ (Virtual Event) มุ่งทำการตลาดล่วงหน้าเน้นการรักษางานเดิมที่เคยจัดอยู่ให้ยังคงจัดในประเทศไทย (Existing Shows) รวมถึงการดึงงานใหม่ (New Shows) ให้กระจายไปยังเมืองไมซ์ซิตี้และเมืองไมซ์ที่มีศักยภาพ &amp;nbsp;&amp;quot;ผอ.ทีเส็บกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดงานทั่วไทยภูมิใจช่วยชาติ ขณะนี้ มีการยืนยันจัดงานไม่ต่ำกว่า 10 งานต่อหนึ่ง บริษัท ภายในเดือนธันวาคม 2563 และใช้แพ็กเกจ ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า ซึ่งมีรายนาม บริษัท ทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท โตโยต้าแก่นนคร จำกัด , หอการค้าจังหวัดขอนแก่น, โรงแรมเดอะเปียโนรีสอร์ทเขาใหญ่มิวสิคเคิลรีสอร์ท, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และโรงแรมบุรีศรีภูบูติกโฮเต็ล นอกจากนี้กิจกรรมภายในงานเปิดตัว ประกอบด้วย ไมซ์มาร์ท (MICE Mart) เวทีเจรจาซื้อขายธุรกิจการจัดงานไมซ์ระหว่างผู้ขายจำนวน 120 ราย จากผู้ประกอบการโรงแรมสายการบิน บริษัท จัดงานจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และผู้ซื้อจำนวนไม่ต่ำกว่า 300 ราย จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ . สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวเสริมว่า ในการส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน ร่วมจัดประชุมสัมนาและนิทรรศการ กระจายการจัดงานไปทั่วทุกภูมิภาค สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์นับว่ามีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2562 ภาวะปกติ ประเทศไทยมียอดพื้นที่จัดแสดงสินค้านานาชาติเป็นอันที่ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 27 ของโลก &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการจัดประชุมโดยใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นอันดับ 4 ของอาเชียแปซิฟิก สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า &amp;nbsp;2 แสนล้านบาท/ปี กลยุทธ์อีกอย่างที่สำคัญคือ การนำการประชุมและงานแสดงสินค้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ในระหว่างภูมิภาค และไมซ์ซิตี้ที่ผ่านมาตราฐานเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา ที่มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอาหารรสจัดจ้าน ซึ่งได้ครอบคลุมไปยังชุมชนบ้านสามัคคี ชุมชนปักธงชัย ชุมชนจะโปะ ชุมชนประโดก ชุมชนบ้านโนนสูง และ สงขลา &amp;nbsp;เมืองพหุวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางทั้งการค้า การศึกษา และราชการ คลอบคลุมเพื่อชุมชนคลองแห-หนองทราย ชุมชนสมิงหม้อ ชุมชนโบราณสีหยัง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ ให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 7 แพ็กเกจพิเศษของทีเส็บ ตลาดในประเทศจัดให้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ 1. ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า &amp;nbsp;แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล luusin (Meetings &amp;amp; Incentives) 2. ประชุมเมืองไทยร่วมใจขับเคลื่อนชาติ แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมภายในประเทศ (Conventions) 3. งานแสดงสินค้าในประเทศนำเศรษฐกิจไทยไปไกลกว่า แพ็กเกจสำหรับการจัดงานแสดงสินค้าภายในประเทศ (Domestic Exhibitions) ด้านตลาดต่างประเทศใน 4 กลุ่มตลาดประกอบด้วย 1. Ease Up แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลนานาชาติ (Meetings &amp;amp; Incentives) 2. Convene Plus แพ็กเกจการจัดงานประชุมนานาชาติ &amp;nbsp;(Conventions) 3. Re-Energizing &amp;nbsp;แพ็กเกจการจัดงานแสดงสินค้า &amp;nbsp;(Exhibitions) 4. Thailand Power Up แพ็กเกจสนับสนุนการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติ (Mega Events &amp;amp; World Festivals)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76296</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กลุ่มต่างชาติเข้าไทย, จิรุถต์ อิศรางกูร  ณ อยุธยา, ทีเส็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f718141c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวภูเก็ตเมืองไมซ์เวิลด์คลาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศย่านการค้าเก่าแก่ภูเก็ต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว ภูเก็ตก็เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวโด่งดัง ระดับความนิยมไม่เคยตกอันดับ ทะเลสวย ฟ้าใส แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสะกดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมานักต่อนักแล้ว อีกทั้งสถาปัตยกรรมบ้านเมือง อาหารการกิน และวัฒนธรรมที่มีเรื่องราวอดีตการผสมผสานทางวัฒนธรรมไทย จีน ตะวันตก อิสลาม ภูเก็ตจึงไม่เหมือนเมืองไหนในโลก ทำให้เมื่อประมาณสองปีก่อนได้รับการยอมรับให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโกอีกด้วย และปีที่แล้วก็ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้ามาชมงานใหญ่ระดับนานาชาติอย่างเทศกาลหุ่นโลกมาแล้ว ทำให้ภูเก็ตอยู่แถวหน้าเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่แปลกที่สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ &amp;quot;ทีเส็ป&amp;quot; จะปั้นให้ภูเก็ตเป็นเมือง &amp;ldquo;ไมซ์&amp;rdquo; (MICE) ซึ่งย่อมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions และ E หมายถึง Events) ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเชิญชวนให้คนมาเที่ยวภูเก็ตอย่างเดียว แต่หมายถึงการทำให้เกาะสวรรค์แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการที่คนจากทุกมุมโลกมาประชุมสัมมนา ซึ่งมีทั้งระดับองค์กร หรือระดับนานาชาติ รวมทั้งการจัดงานแสดงสินค้าหรือนิทรรศการนานาชาติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชิมสับปะรดสดๆ จากไร่ ส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยวเกษตรบ้านบางโรง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จิรุถต์ อิศรางกูร &amp;nbsp;ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็ป บอกเล่ายุทธศาสตร์นี้ว่า ตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ของอันดามัน และไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย เหตุผลก็เพราะเป็นจังหวัดที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ ครบครันทั้งกิจกรรมกีฬา การแสดง ศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมที่เกี่ยวกับการพักผ่อน ผ่อนคลาย เช่น สปา การผจญภัย หรือการเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงแรมและสถานที่จัดประชุมที่มีความพร้อม บุคลากรที่มีศักยภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะสถานที่จัดประชุมสัมมนา มีจำนวนถึง 220 แห่ง จำนวนห้องประชุมกว่า 615 ห้อง จำนวนโรงแรมที่พักกว่า 600 แห่ง ด้วยจำนวนห้องพักมากกว่า 40,000 ห้อง ท่าเทียบเรือโดยสารและเรือสำราญ 14 แห่ง ท่าจอดเรือของเอกชน (Marina) อีก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างรถไฟรางเบาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตีเหล็ก วิถีดั้งเดิมที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่ยังคงหลงเหลือ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทีเส็ปได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจสถานที่เที่ยวสำคัญของภูเก็ตเมื่อราวๆ ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยสถานที่แรกคือ &amp;ldquo;ย่านเมืองเก่าภูเก็ต&amp;rdquo; เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภูเก็ตได้อย่างดี ตั้งแต่ตึกรามบ้านช่อง อาคารร้านค้าต่างๆ มีความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมทั้งแบบไทย จีน และตะวันตก ทุกคนจะเรียกย่านนี้ว่าย่านชิโน-โปรตุกีส หรือชิโน-ยูโรเปียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชมการแสดงเชิดหุ่น มหรสพจีน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องบอกว่าย่านนี้เราเคยมาแล้ว ตอนที่มาคราวก่อนเป็นยามค่ำ ถนนและตึกต่างๆ อยู่ภายใต้แสงไฟยามค่ำคืน ซึ่งให้ความรู้สึกต่างจากครั้งนี้ที่มาตอนกลางวัน เพราะมองเห็นถนนหนทางและอาคารต่างๆ ได้ชัด สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนคงจะหนีไม่พ้นภาพกราฟฟิตี้ ที่ทำให้ถนนแห่งนี้กลายเป็นสตรีทอาร์ต มองเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่กำลังหมกมุ่นกับการถ่ายภาพกราฟฟิตี้อย่างสนุกสนาน คณะของเราได้รับการต้อนรับด้วยการแสดงมหรสพชาวจีน ก็คือ การเชิดหุ่น &amp;ldquo;กาเหล้&amp;rdquo; เดิมทีมักจะเห็นในการประกอบพิธีไหว้เทวดาของศาลเจ้าเท่านั้น ซึ่งแสดงเป็นภาษาจีน และกล่าวคำอวยพรให้มีความเจริญรุ่งเรือง แล้วก็ได้ลิ้มรสอาหารหลากหลาย ทั้งหมี่ซั่ว ขนมจีนน้ำยาใต้ ห่อหมกปลา รสชาติจัดจ้านอร่อยเด็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ห้องนอนสมัยก่อน ที่หวู แกลลอรี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และได้ไปชม &amp;ldquo;Woo Gallery&amp;rdquo; (หวู แกลลอรี) เป็นพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้โบราณที่เจ้าของพิพิธภัณฑ์สะสมมาเป็นร้อยๆ ปีนับตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ตอนนี้คนดูแลพิพิธภัณฑ์เป็นทายาทรุ่นที่ 3 แล้ว เครื่องใช้ที่เห็นในอาคารแห่งนี้มีทั้งพัดลม ภาพถ่าย จักรเย็บผ้า โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน ผสมผสานวัฒนธรรมของความเป็นจีนและความทันสมัยของยุโรปอย่างลงตัว มุมหนึ่งของห้องตรงฝั่งถนนใกล้ๆ หน้าต่างจะเห็นส่วนของผนังสีฟ้าตีกรอบเอาไว้ ตัดกับสีอ่อนๆ ของอาคาร ซึ่งทายาทเล่าให้ฟังว่าเป็นส่วนที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง สีฟ้าที่เห็นก็คือสีเดิมตั้งแต่บรรพบุรุษสร้าง ไม่ได้ทาสีทับ เลยอยากเก็บเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ที่ย่านการค้าภูเก็ต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากพิพิธภัณฑ์ ถ้าจำไม่ผิด ห่างไปอีกราวๆ 1-3 กม. เป็น &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว&amp;rdquo; ที่เดิมทีเคยเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกในจังหวัด แต่ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์เชิงวัฒนธรรม เพื่อรวบรวมความเป็นมาของภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในมีการจัดแสดงภาพถ่ายเก่าๆ ของโรงเรียน แสดงสิ่งของ หนังสือ ภาพถ่ายและเรื่องราวต่างๆ แล้วก็แสดงความเป็นมาของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ภูเก็ต บุคคลสำคัญของภูเก็ต ชุดแต่งกายประจำถิ่น อาหารพื้นเมือง เทศกาลงานประเพณี ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บริเวณหน้าหนุมานเวิลด์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินสำรวจย่านเมืองเก่าแล้วก็มาเปิดหูเปิดตากับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ &amp;ldquo;หนุมานเวิลด์&amp;rdquo; (Hanuman World) จริงๆ ก็เปิดมาแล้ว 2 ปี ให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมสนุกๆ แบบแอดเวนเจอร์ ท่ามกลางธรรมชาติป่าไม้บนพื้นที่ราวๆ 50 ไร่ ซึ่งเข้ามาก็จะสัมผัสกับธรรมชาติจนให้ความรู้สึกเหมือนเข้ามาในป่าดงดิบ ด้านหน้าเป็นจุดเช็กอินที่ดูเวอร์วังอลังการหน่อยๆ โครงสร้างทำด้วยไม้ไผ่ยักษ์ กลางโถงเป็นช่องขนาดใหญ่ มีต้นไม้ที่ดูท่าจะอายุหลายสิบปีลอดผ่านทะลุช่องพอดี ใกล้ๆ ก็มีร้านทรีมังกี้ เป็นร้านอาหาร-คาเฟ่สไตล์บาหลี มีทั้งอาหารพื้นบ้านและโซนยุโรป และเครื่องดื่มต่างๆ ไว้คอยบริการ ส่วนกิจกรรมแอดเวนเจอร์มันๆ ก็มี โรลเลอร์ (Roller) ซิปไลน์ (zipline) แล้วก็สกายวอล์ก (Skywalk) แต่ละอันหวาดเสียวทั้งนั้น เช่น โหนสลิงจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังต้นไม้อีกต้นหนึ่ง โรยตัวจากต้นไม้สูงลงฐานข้างล่าง แล้วก็โหนสลิงไปตามสายโค้งไปมา เหวี่ยงไปมา แต่ที่หวาดเสียวน้อยกว่าหน่อยก็คงจะเป็นสกายวอล์ก ที่แค่เดินชมธรรมชาติบนสะพาน ระยะทาง 300-400 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สกายวอล์กชมธรรมชาติที่หนุมานเวิลด์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่ละกิจกรรมก็จะซ่อนเรื่องราววรรณคดีไทยเรื่องหนุมานเอาไว้ด้วย เช่น สกายวอล์กที่เราเดินมาแล้วจะอยู่ในความดูแลของ อสุรผัด บุตรของหนุมานกับนางเบญกาย มีหน้าเป็นลิงแต่มีหัวและตัวเป็นยักษ์ มีสีเหลืองเลื่อม ลิงครึ่งยักษ์ผู้ดูแลผืนป่าแห่งนี้ อสุรผัดรู้จักต้นไม้ทุกต้นในป่าแห่งนี้เป็นอย่างดี จึงเหมือนพาคนที่มาสกายวอล์กทัวร์ชมพันธุ์พืชที่เป็นของล้ำค่าในป่าใหญ่ ทั้งต้นตะเคียนที่มีอายุกว่าร้อยปี ต้นทุเรียน ต้นพญาสัตบรรณ ต้นเงาะ ต้นสะตอ และต้นไม้อื่นๆ อีกมากมาย ใครจะมาที่นี่มีราคาหลากหลายให้เลือก เจ้าหน้าที่บอกว่าหน้าฝนคนจะนิยมมากันเยอะเป็นช่วงไฮซีซั่นเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทำกิจกรรมเพนต์กระเป๋า กับการท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ที่ชุมชนบ้านบางโรง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เปลี่ยนประสบการณ์มาที่การเที่ยววิถีชุมชน เกษตรเชิงอนุรักษ์ที่ชุมชนบ้านบางโรง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งในภูเก็ต ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ทำสวน และรับจ้างทั่วไป ที่บ้านบางโรงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เพราะอยู่ใกล้กับภูเขา มีป่าไม้ แล้วก็ยังมีทะเลอีก ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าตอนสึนามิมา รอบหมู่บ้านเละเทะหมด แต่ภายในหมู่บ้านกลับปลอดภัย เพราะมีธรรมชาติปกป้อง คนที่มาที่นี่จะได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งเรียนรู้การทำอาชีพของชาวบ้านในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสวนยาง เลี้ยงแพะ ดูลิง ชิมสับปะรดสดๆ จากไร่ กิจกรรมเพนต์ผ้า ปลูกหญ้าทะเล ปลูกป่าโกงกาง หรือจะพายเรือแคนูเพื่อล่องเรือดูกระชังปลา เรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ใครได้มาจะเห็นว่าชาวบ้านมีการดูแลแต่ละกิจกรรมอย่างเป็นระบบ และมีความพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ การันตีด้วยรางวัลจาก ททท. รางวัลชุมชนดีเด่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือรางวัลกินรี ประจำปี 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผ่อนคลายจากความเครียดที่สุโขสปา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำกิจกรรมหรือเดินเที่ยวมาจนเหนื่อย แนะนำ &amp;ldquo;สุโขสปา&amp;rdquo; เป็นกิจกรรมสุดท้าย เป็นสปาที่นำภูมิปัญญาโบราณของการแพทย์แผนไทยมาประยุกต์ ผ่านการบริการตั้งแต่การนวดร่างกาย การดูแลสุขภาพตามธาตุของแต่ละบุคคล ดิน น้ำ ลม ไฟ พร้อมกับเรียนรู้วิธีการบำบัดรักษาโรคโดยแพทย์แผนไทย สุโขสปาเป็นสถานที่แรกที่นำภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม มาผสมผสานกัน โดยนำภูมิปัญญาเข้ามาสอดแทรกผ่านการบริการของสปาทั้ง body mind spirit เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับถึงความมีอารยธรรมของคนไทย ก่อนที่จะเริ่มทำสปาพนักงานจะใช้เวลาในการพิจารณาสุขภาพร่างกายของลูกค้า ตลอดจนสภาพผิวและความต้องการส่วนบุคคล และจะนำเสนอคอร์ส การทำสปาที่เหมาะสมกับลูกค้า นอกเหนือจากการทำสปาแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีชั้นเรียนโยคะ และการนวด การเรียนทำอาหาร ฯลฯ และมีแม้กระทั่งหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีแกะสลักผักผลไม้ หรือการสร้างสรรค์งานศิลปะการสักยันต์ด้วยรูปแบบที่ศักดิ์สิทธิ์จากพระสงฆ์ที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47245</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุถต์ อิศรางกูร  ณ อยุธยา, ททท., พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว, มหรสพจีน, สุโขสปา, หนุมานเวิลด์, หวู แกลลอรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95e00264cd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีเส็บ&#039;ปั้น &#039;ภูเก็ต&#039;สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.72562 นายจิรุถต์ อิศรางกูร &amp;nbsp;ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสว่า ได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาภูเก็ตให้เป็น &amp;ldquo;เมืองประชุมไมซ์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรมระดับโลก&amp;rdquo; โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน ผลักดันการจัดงานไมซ์ในภูเก็ตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์บนพื้นฐานความรู้เพื่อให้การจัดงานและผู้ประกอบการไมซ์ก้าวสู่มาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมการทำงานอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการศึกษาข้อมูลและยุทธศาสตร์ของเมืองภูเก็ตไมซ์ซิตี้พบว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาในระดับสูง และมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองไมซ์ซิตี้เทียบเท่านานาชาติ โดยมีเป้าหมายผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ของอันดามัน และศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูเก็ตมีจุดเด่นที่หลากหลายในการเป็นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติ ในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์เวิลด์คลาสที่มีชื่อเสียงระดับโลก การเดินทางเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ผ่านสนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งกำลังมีแผนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มจากปีละ 12.5 ล้านคนเป็น 18 ล้านคนต่อปี มีเที่ยวบินตรงเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างๆ มากมาย ทั้งใน เอเชียตะวันออก ตะวันออกกลาง และยุโรป เช่น สิงคโปร์่ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย เกาหลี รัสเซียสหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ และสวีเดน พร้อมกิจกรรมก่อนและหลังเดินทางให้กับกลุ่มประชุมและอินเซนทิฟ ด้วยกิจกรรมครบครันทั้งกิจกรรมกีฬา การแสดงศิลปวัฒนธรรม สปาผ่อนคลาย กิจกรรมผจญภัย แหล่งเรียนรู้ชุมชนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น วิถีชุมชนชาวบาบ๋าย่าหยาหรือชาวเพอรานากัน ซึ่งเป็นลูกครึ่งชาวจีนมลายู และชุมชนมุสลิม อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรที่มีศักยภาพ อาทิ สถานที่การจัดประชุมสัมมนาจำนวน 220 แห่ง โดยมีจำนวนห้องประชุมกว่า 615 ห้อง จำนวนโรงแรมที่พักกว่า 600 แห่ง ด้วยจำนวนห้องพักมากกว่า 40,000 ห้อง ท่าเทียบเรือโดยสารและเรือสำราญ 14 แห่ง ท่าจอดเรือของเอกชน (Marina) อีก 4 แห่ง &amp;nbsp;และกำลังก่อสร้างรถไฟรางเบาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาไมซ์ซิตี้ของภูเก็ต จะดำเนินงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การพัฒนาฐานที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ทั้งการจัดงาน บุคลากร และความพร้อมของสถานที่ประชุม กลางน้ำ การสร้างสินค้าและบริการให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีการสร้างโปรแกรมและกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม และปลายน้ำ มีการจัดทำแผนตลาด พัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดไปยังกลุ่มผู้จัดงานเพื่อดึงดูดงานไมซ์เข้าสู่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาไมซ์ซิตี้ของจังหวัดภูเก็ตผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การส่งเสริมประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าหมาย โดยเตรียมดำเนินโครงการจัดทำสื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานไมซ์ในภูเก็ต และการสร้างภาพลักษณ์ภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ในฝั่งอันดามัน พร้อมทั้งออกแบบและจัดทำคู่มือการจัดงานไมซ์ในภูเก็ต การยกระดับสินค้าและบริการไมซ์ร่วมกับชุมชน และสร้างโอกาสการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนสำหรับกิจกรรมหลังประชุม มีการจัดทำโปรแกรมมาตรฐานสำหรับลูกค้าองค์กร และพัฒนาคลัสเตอร์ปฏิทินร่วมงานการจัดประชุมเป็นกลุ่มเพื่อยกระดับการจัดกิจกรรมไมซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ ผ่านโครงการพัฒนาหลักสูตรการจัดการประชุมและนิทรรศการในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในพื้นที่ รวมถึงโครงการยกระดับมาตรฐานของผู้จัดงานท้องถิ่น และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนไมซ์ ผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่หอประชุมหรือพื้นที่จัดงานไมซ์ภายในจังหวัดภูเก็ต การประชาสัมพันธ์และสนับสนุนให้โรงแรมเข้าสู่มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) ประเภทห้องประชุม การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านไมซ์ และการพัฒนาเครื่องมือออนไลน์สำหรับวางแผนการจัดประชุมไมซ์ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทีเส็บยังได้จัดโครงการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเส้นทางไมซ์ใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ภายใต้แนวคิด 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย (Thailand 7 MICE Magnificent Themes) ได้แก่ 1.ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 2.การผจญภัย 3.การสร้างทีมเวิร์ค 4.กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ 5. กิจกรรมบรรยากาศชายหาด 6.การจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ 7.การนำเสนออาหารไทยในทุกการจัดงานที่หลากหลาย ซึ่งภูเก็ตเป็น 1 ใน 5 เมืองไมซ์ซิตี้หลักที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ อาทิ เส้นทางชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งใช้โปรโมทในงาน World Harmony Puppet ในปี 2561 หรือ เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างทีมเวิร์ค กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ ณ ชุมชนป่าคลอก และพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้อำนวยการทีเส็บ ยังกล่าวสรุปว่า หากพิจารณาจากสถิตินักเดินทางไมซ์เข้าสู่ภูเก็ตในปี 2561 เทียบกับปี 2560 พบว่ามีการเติบโตสูงมาก โดยในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,216,230 คน เพิ่มขึ้น 167.94% จากปี 2560 ทำรายได้รวม 19,544.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.75% ซึ่งมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในทุกตลาดทั้งประชุมสัมมนาบริษัท (Meetings) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) ประชุมนานาชาติ (Conventions) และงานแสดงสินค้า (Exhibitions) สะท้อนให้เห็นทิศทางตลาดและศักยภาพของภูเก็ตในการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์รองรับการประชุมในกลุ่มลักซูรี่ (Luxury) ทางภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจไมซ์แห่งอันดามัน &amp;nbsp; อีกทั้งเชื่อมั่นว่าจากการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งเพื่อผลักดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสนั้น คาดว่าจะสามารถผลักดันให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ในประเทศไปถึงเป้าหมาย 34,662,000 คน สร้างรายได้ 121,000 ล้านบาทได้ในปี 2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ต มีความพร้อมในด้านการบริการการท่องเที่ยว เพื่อรองรับคนที่จะหลั่งไหลเข้ามาไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว และนักเดินทางกลุ่มไมซ์&amp;nbsp; โดยจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 M ได้แก่ Marina Hub เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค , Medical Hub เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ การสาธารณสุข และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ , Mice City เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการประชุมและจัดนิทรรศการนานาชาติ, Manpower Development เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาบุคลากร ด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง , Sport Tourism เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และยุทธศาสตร์ 3 S ได้แก่ Smart City เพื่อพัฒนาภูเก็ตไปสู่ความทันสมัย เป็นศูนย์กลางเมืองดิจิทัล และรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง และ Sustainable Development เป็นการพัฒนาอย่างที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในยุทธศาสตร์ คือ การเป็นเมืองไมซ์ พัฒนาให้ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งการประชุมสัมมนาและแสดงสินค้า เป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนาภูเก็ต ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่างๆ ให้ภูเก็ตมีความพร้อมที่แท้จริง เป็นเมืองที่ยั่งยืนทั้งธรรมชาติ และคุณภาพชีวิต ทั้งยังตั้งชูจุดเด่น 3 ด้าน คือ อาคาร เพราะภูเก็ตโดดเด่นเรื่องอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ รวมถึงอาหาร ซึ่งภูเก็ตถือเป็นเมืองนำเสนอยูเนสโกเป็นเมืองอาหาร และอาภรณ์ เรื่ของการแต่งกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า การใช้หลักการของกฎบัตร มาขับเคลื่อนจะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาเมืองไมซ์ของป่าตอง มีการวางยุทธศาสตร์วางแนวทางเพื่อให้ป่าตองเป็นเมืองไมซ์ที่สมบูรณ์ให้ได้ ป่าตองมีความพร้อมที่จะรองรับการเป็นเมืองไมซ์ ในปัจจุบันมีโรงแรมรวมกันกว่า 40,000 ห้อง มีห้องประชุมที่สามารถรองรับได้ระดับ 2,000 คน นอกจากนี้เมืองป่าตองเองยังมีกิจกรรมอื่นๆที่รองรับคนที่มาเยือน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมทางทะเล และอาหารต่างๆ การขับเคลื่อนเป็นเมืองไมซ์ซิตี้สอดรับกับนโยบายจังหวัดมีความเป็นไปได้มาก
แต่ในส่วนที่รองรับงานประชุมตั้งแต่ 5,000-10,000 คนนั้นยังไม่มี ต้องสร้างห้องประชุมขนาดใหญ่เพิ่ม แต่ป่าตองยังติดปัญหาเรื่องผังเมือง ภาครัฐต้องเข้ามาช่วย ห้ามสร้างตึกสูงเกิน 23 เมตร และควบคุมความกว้าง 6,000 ตารางเมตร ซึ่งทางเทศบาลเองได้ยื่นปรับแก้ผังเมืองไปเมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกับคนในท้องถิ่นที่พยายามขับเคลื่อนให้เป็นเมืองแห่งการเดิน พัฒนาถนน ทางเท้า เพื่อลดการใช้รถ รวมถึงจัดการเรื่องระบบขนส่ง ที่จะขนส่งนักท่องเที่ยวจากสนามบินมายังเมืองท่องเที่ยวให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45615</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCEP, จิรุถต์ อิศรางกูร  ณ อยุธยา, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a0dcdf0885.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
